by

เริ่มกันจาก resolution ที่เขียนไว้ตอนต้นปี ลองมาดูทีละข้อกัน

  • นอนให้เกิน 5 ชม. ต่อวัน < ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
  • ศึกษาเรื่องราวของวงการอื่นๆ ให้มากขึ้น < ปีนี้อ่านเยอะมาก
  • ใช้  social network ให้มีประสิทธิภาพ < ทำไม่ได้
  • ใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ได้ครบ ตามแบบพี่ @visibletrap < เฮ
  • ออก Product ใหม่ซักอย่าง < ออก Chrome extension เล็กๆ ชื่อ Pantip Plus แนะนำให้โหลดครับ ใช้แล้วชีวิตจะดีขึ้นมากกกกกกกกก
  • ออกไปถ่ายรูปบ้าง
  • ไปออกกำลังกายทุกสัปดาห์ < เฮ ตีแบดทุกวันจันทร์ครบ 1 ปีพอดี

ปีนี้มีจุดเปลี่ยนของชีวิตหลายอย่างทีเดียว

พยายามลดน้ำหนัก
ลดลงมาจนน้ำหนักลดลงมาเหลือแถวๆ ช่วงเข้าเรียนมหาลัยตอนนี้กลับมากินปกติแล้ว ชีวิตก็ปกติดี ไปตีแบดทุกวันจันทร์ด้วย ปีหน้าก็คิดว่าจะทำต่อไป ผมเขียนวิธีที่ผมใช้ในการลดน้ำหนักไว้ด้วย ใครสนใจลองอ่านดูได้ครับ

ลาออกจากงานครั้งแรก
ผมทำงานที่ Throughwave มาตั้งแต่เรียนจบเลย ตอนนั้นสมัครงานแค่ 2 ที่ คือที่นี่ กับที่ Thomson Reuters ก็ผ่านสัมภาษณ์ทั้ง 2 ที่ ตอนเรียนมหาลัยผมเคยฝึกงานที่รอยเตอร์แล้วก็พอจะเห็นข้อดีข้อเสียอยู่บ้าง เลยเลือกลองทำงานที่นี่ดู ผมคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เร็วๆ แล้วก็สมหวังจริงๆ เพราะได้ทำงานในองค์กรที่มี culture เป็น tech company จริงๆ และมี structure ที่ flat มาก จนบางครั้งผมคิดกับตัวเองว่าผมคงไปทำงานบริษัทใหญ่ไม่ได้แล้วแหละ เพราะเวลาเห็นอะไรขวางหูขวางตาแล้วต้องรอส่งเรื่องตามลำดับชั้นอาวุโสผมคงอึดอัดตายก่อน 5555

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานที่นี่ ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมากจริงๆ ได้ใช้เทคโนโลยีแปลกๆ ที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักกันอย่าง Node.js, Backbone.js, Socket.io, MongoDB, Redis และอื่นๆ อีกมากมาย ทำงานอะไรแบบนี้ค่อนข้างเหงา เพราะไม่ค่อยมีคนคุยด้วยได้ ต้องรอเวลาผ่านไปเป็นปีๆ คนไทยถึงจะเริ่มพูดถึงบ้าง ถ้าใครชอบศึกษาอะไรใหม่ๆ ผมแนะนำให้ลองมาทำงานที่นี่ดูครับ

แล้วลาออกทำไม ? ตอนผมทำงานใหม่ๆ ก็เคยมีพี่เข้ามาถาม ว่ามี plan จะเรียนต่อมั๊ย ? ทำงานถึงไหน ? ผมก็ตอบไปสั้นๆ ว่าทำจนกว่าจะเบื่อ ก็ตามนั้น ผมทำจนรู้สึกว่าเบื่อแล้ว ก็เลยลาออก แค่อยากไปศึกษาอะไรใหม่ๆ หาประสบการณ์ใหม่ๆ ดูเท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมทำงานที่ Oozou ได้ซักพักแล้ว ใช้ชีวิตอยู่กับ RoR, Agile, TDD, AWS, EC2, S3, Heroku, Git, Github, PT, CI, CoffeeScript, Posgres, Redis, Memcached มี Node.js บ้าง ที่นี่ทีมเล็กลงกว่าเดิมมากๆ ใช้ Agile เลยทำให้ dev ได้เจอลูกค้าตรงๆ ไม่ต้องมีตำแหน่ง Project Manager/SA (จริงๆ ผ่านเนตแหละ เพราะลูกค้าอยู่ US), dev ทำ TDD ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง QA, dev รู้เรื่อง operation ด้วยเป็น DevOps กลายๆ ดังนั้นไม่ต้องมีตำแหน่ง Operation/System Admin

ตอนนี้ผมไม่รู้จะนิยามตัวเองว่าอะไรแล้ว ถ้าใกล้สุดก็คง full-stack developer ล่ะมั้ง ถ้ามีโอกาสอยากขยายความเรื่องพวกนี้เหมือนกัน เพราะผมเองมีโอกาสได้เห็นการทำ software มาหลาย scale แล้ว (ตอนนี้ขาด scale ระดับ Google/Facebook 5555+)

ย้ายออกมาอยู่คอนโดแล้ว
ผมอยู่หอมาตั้งแต่เรียนที่จุฬาฯ แล้ว หลังจากจ่ายค่าหอเช่าเค้าอยู่มานาน ปีนี้เป็นปีดีได้ฤกษ์ซื้อคอนโดซะที เลือกอยู่หลายที่ด้วยเงื่อนไขหลายๆ อย่างเลยตัดโครงการหรูๆ ทิ้งหมด อาศัยหลักนกน้อยทำรังแต่พอตัว (จริงๆ ไม่มีตังต้องผ่อนเอง 5555) ทุกวันนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20-30 นาที มอไซค์/สองแถว + BTS 5 สถานีจากคอนโดถึงออฟฟิศ ก็พอไหวอยู่นะ เอาน่าอีกไม่กี่ปีก็ต้องไปซื้อบ้านแล้ว

ตอนยื่นกู้แบ้งค์นี่ลำบากเหมือนกัน เพราะผมซื้อดาวน์คอนโดมาแล้วก็ย้ายงานเลย ทำให้มีปัญหาติดขัดบ้างช่วงกู้ โดยปกติแล้วธนาคารเค้าจะมีเกณฑ์กำหนดอยู่ว่าต้องทำงานครบ 3 เดือน 6 เดือนแตกต่างกันแล้วแต่ธนาคาร ตอนผมยื่นกู้นั้นอายุงานผมแค่เดือนเดียวเอง แถมยังมีภาระที่บ้านด้วย ผมยื่นกู้ไป 3 ธนาคาร ผลก็ผ่านหมดทุกธนาคาร แต่กว่าจะผ่านได้ต้องช่วยกันหาทางซิกแซกเหนื่อย ได้ความรู้และประสบการณ์เรื่องการเป็นหนี้มาพอสมควร ทั้งเรื่องเครดิต และการรักษาเครดิต, ทำเสตทเม้นให้ดูดี, เตรียมเอกสารมากมาย, ต้องติดต่อสินเชื่อหลายธนาคาร นับเป็นช่วงที่เหนื่อยมากๆ แต่ก็คุ้มที่ได้มีที่ซุกหัวนอนของตัวเองซะที(พร้อมกับหนี้เพิ่มขึ้นอีกก้อน แต่ก็ไม่เยอะเท่ากับก้อนเก่าหรอก โฮ)

กล่าวอะไรสั้นๆ ถึงตลาดหุ้นปีนี้
ตลาดปีนี้แม่งเหี้ยมากกกก … 

ช่วงต้นปีผมเพลิดเพลินกับการที่ SET วิ่งไปถึง 1600 หุ้นซื่งวิ่งเร็ว แจกปั่นผลให้นักเก็งลำใยเก็บเงินกันไปเยอะ ดูหุ้นใหญ่ระหว่างวันแม่มตบไปทีละช่อง ทีละช่อง มันจะโหดไปไหน คนเข้ามาในตลาดเยอะมาก ช่วงแรกๆ ที่มันหักหัวลงแรงๆ ผมโดดหนีเป็นกลุ่มแรกๆ เสมอตามวินัย แต่ไม่วาย มือบอนเข้าไปใหม่ แล้วก็โดนไปเล็กน้อย จากช่วงกลางปีจนตอนนี้ไม่ได้เทรดอะไรแล้ว มองย้อนกลับไปผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างทั้งเรื่องตลาดทุน, การบริหารเงิน, บริหารความเสี่ยง, หุ้นซิ่ง, หุ้นปั่นผล, การทำราคา, การปล่อยข่าว, Insider, การสั่งเก็บ รวมไปถึงการเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมกล้าเสี่ยงมากขึ้น แต่สำหรับหุ้น พอร์ตเกือบว่างมาตั้งแต่กลางปี และคงไม่เทรดเยอะแล้ว เพราะมีหนี้บ้านต้องใช้ให้หมด 55555

สำหรับ resolution ปีหน้า ขอเวลาไปคิดก่อนว่าจะตั้งอะไรเป็น resolution

เจอกันครั้งหน้าครั* 😀

Photo Credit: Wendy Longo photography via Compfight cc

Comments

comments

Page 1 of 11
  • Related Content by Tag