Main menu

RE : Question in QA process

เขียนตอบ Question in QA process ของ @llun เลยเอามาเก็บไว้ใน blog ครับ

  1. มี manual test คือ QA จะคลิกๆ กรอกๆ กดๆ ตาม test case แล้วดูผล แต่พยายามจะเอา automate เข้ามาช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะปกติแล้วเวลาออก feature ใหม่ หรือ project ใหม่ๆจะทำ automate ไม่ทัน เลยยังต้องมีส่วนนึง manual ขณะที่มีคนส่วนนึงไปทำ automate แต่ถ้าหากเป็น API แทบทุกอย่างจะ automate และจะใช้ tool ในการ test โดยจะ run ข้ามคืน และดูผลวันต่อวัน

    การ design จะออกแบบให้มี API ไว้แต่ต้น เพื่อจะได้ automate ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

     
  2.  มีทั้งสองแบบ หลักๆจะ test ตาม Iteration เป็นหลัก คือ dev ออกอะไรใหม่ปุ๊บ QA จะเข้าเลย แต่ก็มีบางครั้งต้อง test hot fix, regression บ้าง, requirement นึงจะถูก test หลายรอบ แต่ละรอบต่างกับไปตามจุดประสงค์ของการ test ถ้าออก feature ใหม่จะรัน quick confidence test แบบคร่าวๆก่อน (บางที่เรียก smoke test) ถ้าผ่าน จะรัน regression และถ้าหากจะ release ใหญ่ ก็จะทำ full test

     
  3. คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในข้อสอง ถ้าออก version ใหม่ ก็จะกลับมา test ของเก่าด้วยบ้าง พอนานๆไปก้ค่อยๆลดความละเอียดของเก่าลง หรือ automate ซะแบบละเอียด

     
  4. QA ทดสอบตาม requirement และ function ย่อย, เมื่อเริ่ม iteration ทุกคนจะมาคุยกันทั้ง PM, dev, QA functional, QA non-functional, operation ซึ่งแต่ละทีมจะได้รับ requirement แล้วไป estimate เวลามา แล้วตกลงว่าจะ deliver feature, requirement อะไรบ้าง เมื่อ dev เริ่ม design, QA ก็จะเริ่มเขียน test plan แล้ว ดังนั้นเมื่อ dev ทำเสร็จจะไม่มีการมาถามว่าจะให้ QA test อะไร

    ใน test case ของ QA จะละเอียดถึงขั้นว่า field นี้ห้ามมี special character, ความยาวสูงสุด 50 อักษร, input จะแสดงแค่ขนาด 30 หรือ สามารถอัพโหลดรูปได้สูงสุด 1024kb ถ้าขนาดกว้างเกินให้ย่อลงโดยรักษา scale บลาๆๆๆๆ คือ requirement จะละเอียดมากๆๆๆ และ QA จะ test แทบทุก case จริงๆ

ลง OpenLDAP, sssvlv, unique กับ BerkeleyDB บน OSX

  1. ไปโหลด OpenLDAP มาก่อน จาก http://www.openldap.org/software/download/
  2. แตกไฟล์ tgz ไปไว้ที่ /Users/metwara/Downloads/openldap-2.4.23
  3. แตกไฟล์ที่โหลดมาไว้ที่ /Users/metwara/Downloads/db-4.8.30/
  4. สร้าง directory /Users/metwara/bdb ไว้

ว่างๆ นั่งทำ Gallery ดีกว่า

ปกติผมจะถ่ายรูปแล้วโพสเข้า Posterous ผ่านทาง Twitter client ต่างๆ แล้วมันจะ sync เข้าไปที่ Facebook ให้เองในอัลบัมที่ต้องการ แต่ความต้องการยังไม่หมด ภาพนั้นจะกระจัดกระจายไปตาม Posterous, Twitter และ Facebook ผมอยากจะให้มันมารวมกันเป็นหมวดหมู่ที่ blog ของผมด้วย ก็เลยมีความคิดจะทำ gallery ตลอดมา

ทดลอง Drupal 7

เปิดบล็อกใหม่ บน Domain ใหม่ พร้อมกับ Drupal เวอร์ชันใหม่ เย้ !!! wink

 

หนึ่งปีผ่านไป กับ CAPTCHA ของ RegChula

หนึ่งปีที่แล้ว RegChula ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือได้ใส่ CAPTCHA เข้ามาในหน้ายืนยันการลงทะเบียนเพื่อป้องกันบอท แต่ว่ามันกลับกลายเป้นความ Fail ครั้งใหญ่ เมื่อผลของมันทำให้ "คนแพ้หุ่นยนต์" หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้มี CAPTCHA version 2 ออกมา แต่มันก้เป็นเพียงเลขชุดนึง ที่เลขนั้นมันเป็นชื่อไฟล์ของรูปที่ไม่มีการ Random เลย แล้วหุ่นยนต์ก็ชนะอีกครั้ง !

 

 

พอมาปีนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง CAPTCHA version 3 !!!

ครั้งนี้มีการสุ่มรหัสซักอย่างคาดว่าเป็น Session รวมกับตัวเลขต่อท้าย ใช้เป้นชื่อของไฟล์รูปที่ใช้แสดง CAPTCHA ซึ่งหน้าตาของมันก็เป็นประมาณนี้

เมื่อลองสุ่มเลขออกมาอีกครั้งพบว่า ชื่อไฟล์มันเปลี่ยนไป !

และหากลอง logout ออกแล้ว login เข้าใหม่พบว่ารหัสข้างหน้ามันเปลี่ยนไปด้วย

วะวะว้าววว ว !!

มาถึงจุดนี้หลายคนอาจจะรู้สึกยินดีว่า CAPTCHA แบบนี้คือสิ่งที่คุณฝันถึง เพราะหุ่นยต์ทั้งหลายจะหมดไป ... แต่มันไม่ใช่เลย !

สังเกตเห้นอะไรไหม ตัว G ในรูปมันเหมือนกัน นั่นก็หมายความว่า หากเราจะสร้างบอท เราสามารถโหลดรูปทั้งหมดเก็บไว้ก่อน คือมี A-Z, 0-9 แล้วก็เอารูปจาก CAPTCHA ทั้ง 4 อันมาเทียบได้ว่ารูปนี้ตรงกับรูปของตัวอะไร เราก็จะแกะ CAPTCHA ได้แน่นอน

ข้างล่างนี้อาจจะเข้าใจยาก เพราะไม่ได้ทำรูปเพื่ออธิบายไปด้วย และข้อมูลที่ผมเขียนอาจจะผิดพลาด เพราะผมเสียเวลากับการศึกษาไอ้เจ้า CAPTCHA ใหม่นี้ไม่น่าเกิน 1 ชั่วโมง หากมันไม่ตรงกับความเป้นจริง ผมก็ขออภัยมา ณ บรรทัดนี้ด้วย

เคยรู้ประวัติและข่าวของ Facebook มาตั้งแต่คนไทยยังไม่ฮิตกัน จนวันนี้กำลังจะมีหนังออกมาให้ดูแล้ว น่าดูมาก เรื่องนี้มี David Fincher เป็นผู้กำกับ ผลงานของเค้าก็เรื่อง Fight Club, Se7en ที่ดังมากๆ ติดอันดับ Top250 ของ IMDB เลยทีเดียว

ลองดู Trailer กันก่อน

wawee FAIL

wawee FAIL

เวลาสนุกกัน คนเรามักหลงลืมอะไรบางอย่าง เป็นธรรมดา

ผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับระบบลงทะเบียนหลายรอบแล้ว ครั้งนี้เห็นแล้วทนไม่ไหวจริงๆ เลยต้องมาเขียนถึงอีก

ทุกๆครั้งที่เปิดเทอม มักจะมีนิสิตที่ลงทะเบียนไม่ได้ อาจเพราะลงแล้วเด้ง หรือลืมจ่ายตัง หรือเหตุอื่นๆ ทำให้ต้องมาแย่งลงทะเบียนกันตอน 8:00 น. ของวันเปิดเรียน และจะเพิ่ม/ลดวิชาได้จนถึง 2 สัปดาห์หลังจากนั้น

และทุกๆเทอม ระบบลงทะเบียนจะล่มเนื่องจากนิสิตต้องการลงทะเบียนเยอะเกินกว่าที่ server จะรับไหว

เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นอยู่ที่ วิชาต่างๆ มักจะมี section ที่เปิดสอนไม่พอกับความต้องการของนิสิต ทำให้ต้องมาคอยนั่งเฝ้าแย่งกันลงทะเบียนในวิชา/section ที่ชอบ เรียกได้ว่าช่วง 3 วันแรกนับจากเปิดเทอม เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งคณะแทบจะเปิดหน้าลงทะเบียนกันหมดเลยทีเดียว

ทีนี้ด้วยความเบื่อหน่ายที่จะต้องมาคอยเฝ้าดูว่าวิชาที่ตัวเองอยากเรียนมันว่างรึยัง ก็ได้มีคนบางกลุ่ม ประดิษฐ์หุ่นยนต์ขึ้น เพื่อทำการลงทะเบียนโดยเฉพาะ ...

 

http://en.wikipedia.org/wiki/File:Gundam.jpg

ข้อคิดเกี่ยวกับงาน design

วันนี้ดูรายการทีวีซักรายการ คุณอุ้ม สิริยากร ไปสัมภาษณ์ designer ของบริษัท Electrolux ที่ประเทศสวีเดน

ทั้งสองคุยกันเกี่ยวกับงานออกแบบ designer คนนั้นได้ให้แง่คิดบางอย่างไว้

  • งานออกแบบ ควรจะทำให้ผู้ใช้มองออกเลยว่า ไอ้นี่คืออะไร
  • มีผู้ใช้คนไหนบ้างที่อ่านคู่มือ ? การออกแบบควรทำให้ใช้ง่ายที่สุด

เออ มันก็จริง ของเค้า การที่เราจะหยิบอะไรมาใช้ มีใครเค้าดูคู่มือมั่ง ?

ถ้าหยิบมาใช้ แล้วยังมึนๆ งงๆ สินค้านั้นก็ Fail ไปตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเมื่อผู้ใช้มีประสบการณ์ว่า สินค้านี้ใช้ยากปุ๊บ เค้าก็จะเลิกมองทันที

Pages

Subscribe to Hybridplex Blog RSS
© 2010 @hybridknight. Drupal theme by Kiwi Themes.